บายๆ coffee Impresso
ร้านกาแฟที่มีเจ้าของ"รัก"กาแฟ มากที่สุดคนนึง ได้จากไปแล้ว
ไม่อาจต้านทานกระแสร้านกาแฟล้นทะลักถนนนิมมานฯได้ ใจหาย...........
ไปอีกร้านแล้วสินะ ร้านกาแฟในความทรงจำ
ยังจำกลิ่น เสียงแสงไฟ และ อารมณ์นิ่งๆ ของร้านได้ดี
ฉันนั่งคิดงาน ปวดหัวกับทีสิส
ฉันนั่งคิดถึง "บางคน" ที่ร้านนั้น
เวลาสั่งEspressoร้อน มักจะได้ เพิ่มอีก หนึ่งช้อตเสมอ
ฉันจำได้ชายญี่ปุ่นแก่ๆคนนั้นที่มาพร้อมกับตุ๊กตาหมีสีน้ำตาล
ทุกครั้งเขาจะเซย์ไฮ กับทุกคนโดยใช้น้องหมีเป็นสื่อกลาง
หลังจากนั้นเขาก็จะจัดเก้าอี้ให้มันนั่งตรงข้างเขา
แล้วดื่มกาแฟอ่านหนังสือไป หันมาคุยกับน้องหมีบ้าง
พอถึงเวลากลับก็เซย์กู้ดบาย
โดยน้องหมีเหมือนเดิมเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เจอ
แต่หากเขาอารมณ์ไม่ดี น้องหมีก็จะไม่พูดอะไร กับใครเลย ...
เวลาเขาเดินกลับฉันชอบแอบมองจากทางด้านหลังตอนเขาข้ามถนน
น้องหมีกอดอยู่บนเป้สะพายหลัง มันดูน่ารักยังไงไม่รู้
เหมือนไม่จริง แต่น่าเสียดายที่ฉันลืมชื่อของน้องหมีตัวนั้นไปแล้ว
ครั้งแรกที่ไป ฉันยังจำได้ พี่เจ้าของร้าน สุดเปิ่น
ทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นประโยคยาว เก่งมั้กๆ ครั้งแรกไม่เป็นไร
ครั้งที่สองก้อยังจะผิดอีก ทั้งๆที่ก้อคุยกันแล้วนานสองนานในครั้งแรก
(ปกติฉันจะไม่ค่อยคุยกับคนแปลกหน้า)
ที่ร้านนี้ ฉันได้รู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงแปลก ?
เพราะดื่มเอสแฟรสโซ ร้อน โดยไม่ใส่นม และน้ำตาลแต่มันก้อดี
เพราะ คราวต่อๆมา ฉันสั่งเอสเพรสโซ่ร้อน 1ชอตแต่มักจะได้2ชอต เสมอ...
ฉันได้รู้อีกว่า(ในความคิดของพี่เจ้าของร้าน)คนทั่วๆไปเขาไม่อ่านมุราคามิ
(ฉันว่า ออกจะดังมิใช่รึตอนแรกฉันไม่อ่านเพราะมีแต่คนอ่าน
ฉันอาจจะเป็นคนขวางโลก แต่ด้วยบังเอิญ
ซื้อนอรวีเจียนวู้ดมาเก็บไว้ในห้องนานมาก
แต่ไม่รู้ว่าคนแต่ง คือมุราคามิ - -"ก็เลยได้อ่านเฮ้อ ยังมีบุญอยู่)
ฉันได้รู้อีกว่า กาแฟที่นี่ใช้กาแฟที่ดีที่สุด ทั้งจากในไทย
และ จากเมืองนอก (เพราะปิดร้านโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะว่าหนีไปประมูลกาแฟ)
สุดท้ายนี้ฉันก้อได้รู้ว่า เงิน สำคัญอยู่ดี
ร้านกาแฟที่ฉันชอบไปนั่งใจลอยส่วนใหญ่
จะเป็นร้านที่เงียบๆ ไม่พลุกพล่าน
ขอแค่มีกาแฟหอมๆ เพลงเบาๆ เท่านี้ก็พอ หนังสือฉันแบกไปเองได้ ^ ^
เพราะมันเงียบสินะ ทุกร้านที่ฉันไปบ่อย จึงลาโลกไปอย่างเงียบๆเช่นกัน
เมื่อก่อนฉันไม่สงสัยเลยว่า ทำไม ร้านกาแฟที่มีฉันเป็นลูกค้าเพียงคนเดียวจึงยังคง"อยู่"ได้
แต่ตอนนี้กลับงงว่าอยู่ได้ยังไงน่ะไม่มีลูกค้า
เป็นไปตามนี้ใช่มั้ย เฮ้อๆๆๆๆๆๆเศร้าว่ะ ชีวิต ช่วงนั้น
ช่างชิลล์เหลือเกิน ชีวิตมีแต่ห้องสมุด ร้านกาแฟ ไปเที่ยว ไปกิน
ช้อปปิ้ง ตังหมด ขอแม่ แล้วอ้างว่า ค่าปริ้นงานค่าอุปกรณ์
โมโห สุดๆ ก้อหนีไปนอนเล่นคนเดียวที่ปายซะ !!!
ก่อนเข้าห้องเรียนตอน11โมง ก้อไปละเลียด ชีสเค้ก กับ กาแฟ
หรือไม่ก้อชาผลไม้กับพายซักชิ้น ช่างมโนรมย์นักเวลาก็เป็นเวลาของเรา
จะกลับไปยังไงล่ะ คำตอบก็คือ ไม่ได้สินะ
เมื่อวานคุยกับยิ้ม ยิ้มบอกว่าถึงจะกลับมาเชียงใหม่ก็ไม่เหมือนเดิมแล้วนะ
นั่นสิ ฉันรู้ แต้ฉันก็อดที่จะคิดถึงช่วงเวลาที่น่าจดจำเหล่านั้นไม่ได้
และอยากสตาฟสิ่งต่างๆไว้ให้เหมือนเดิม ...ฉันหลงรักอดีต
และฉันรู้ว่า พรุ่งนี้จะไม่มีทางเหมือนเดิม
ตอนนี้อาจกำลังสับสน ไม่รู้สิ การเป็นผู้ใหญ่นี่มันยากกว่าที่คิดเนอะ...
ขอระลึกชาติเป็นครั้งสุดท้ายพรุ่งนี้ฉันจะกลับมาสู่โลกเดิมล่ะ
โปสการ์ด อีแมว และ ไดอะรี่เล่มเก่าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาล่ะ ฉันก้อแค่กึ่มๆๆๆ วู้
เม็ดข้าวยังจะส่งข่าวร้าย ร้านอาหารอินเดียที่ปาย ไปแล้วอีก1ร้าน
ที่ร้านนั้นฉันได้เรียนรู้คำว่าความเจ็บปวดที่มาพร้อมกับความสุข
อาหารอินเดียสุดอร่อย ไช แก้วแรกที่ฉันรู้จัก ...บาย บาย
มีที่ในความความทรงจำกี่ที่นะที่จากไป
....ยังไงก็ขอบคุณฉันสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของพวกคุณทุกคน
Many Many & Big Big Thanks
from My mind
ปล.ความผิดพลาดของฉัน
ทำไมวันนี้ฉันถึงยินดีกับมันนักนะ โทะ โฮะ โฮะ .\ /-
บางทีอาจถึงเวลาตัดสินใจอะไรบางอย่าง
...fake people I really love them.......T T
edit @ 13 Oct 2007 15:05:32 by walk my own way ^^