you

ร่มสีแดง

 

ฉันเกือบลืมความรู้สึกโหยหาอยากครอบครองเธอไปเสียแล้ว

รู้ตัวอีกที เธอก็ปรากฏตัวอยู่ในกระเป๋าสะพายใบเขื่องของฉัน

ปะปนอยู่กับข้าวของไร้สาระร่วมสามกิโล ที่ฉันก็ไม่แน่ใจว่าฉันต้องการใช้ทั้งหมดภายในหนึ่งวัน

สวัสดี ร่มสีแดง

เธอดูดีกว่าร่มสีแดงในจินตนาการของฉันเสียอีก

สีของเธอ แดงช้ำแบบกำลังพอดี

ว๊าว ดูสิเธอเจียมตัว พับได้กระทัดรัด

ทำให้เธอน่ารักมากขึ้นไปอีก

ฉันดีใจมาก กางปีกของเธอออกมาภายใต้ดวงอาทิตย์อันเจิดจ้า

ฉันกับเธอกระโดดไปพร้อมกันในวันอันสดใส

น้ำหนักที่แสนเบาของเธอ ทำให้ฉันพลอยรู้สึกสบายตัว

และร่มเย็นไปด้วย

เวลาผ่านเลย วันแล้ววันเล่า

พอถึงวันที่ฝนตกลงมาจริงๆ

ฉันอุ่นใจ ที่รู้ว่ามีเธออยู่ที่เดิม

ฉันควานหาเธอ ในกระเป๋าใบเขื่องใบเดิม

ฉันคิดไปเองว่าเธอคงเล่นซ่อนแอบอยู่ในสมบัติบ้าของฉัน

ฉันหาอยู่อย่างนั้น

แต่ไม่เจอ เธออยู่ที่ไหน

ฉันเริ่มกังวลใจ ในการหายตัวไปของเธอ

จนฉันเทของทุกอย่างออกมา แต่ก็ไม่มีวี่แวว

สองชั่วโมงผ่านไป

ฝนยังคงตกอยู่อย่างนั้น

ฉันเงยหน้ามองขึ้นบนฟ้า

หญิงสาวผมบ๊อบ ผอมบางคนหนึ่ง เดินผ่านหน้า

ขณะเดียวกันกับที่ฉันเริ่มถอดใจ จัดการเก็บทุกอย่างลงกระเป๋า

ขณะที่ฝนตกยังคงตก

ขณะที่ฉันต้องหยุดรอ

แต่ในมือของเธอ มีร่มสีแดงท่าทางคุ้นตาพาเธอฝ่าห่าฝน

มันต้องเป็นเธอ ร่มสีแดงสัญญาติฝรั่งเศส แต่เปล่งประกายความเป็นเอเชีย

ร่มสีแดง ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกท้อ

ร่มสีแดง ที่เมื่อเราเงี่ยหูฟังจะได้ยินเสียงฮัมเพลงของจอห์น เมเยอร์ลอยออกมา

ร่มสีแดง ที่มีอะไรต่อมิอะไรปะปนเต็มไปหมด

ฉันแน่ใจว่าเป็นเธอ

ร่มสีแดงที่ใจดี คอยอารี ต่อหญิงสาวที่เดินเดียวดายกลางสายฝน

ฉันไม่ทันจะเอ่ยปาก

หญิงสาวคนนั้น ก็ส่งต่อเธอให้ เด็กสาวผมยาว ตาโต ทาลิปสติกสีแดงเข้มอีกคน

เด็กสาวคนนั้น ดูท่าทางดีใจ พาเธอวิ่งออกไปภายใต้สายฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรึเบาลง

ร่มสีแดงในสายฝน เธอทำหน้าที่ของเธอได้อย่างดี จนฉันอดยินดีด้วยไม่ได้

แต่ฉันลืมไปว่า

แล้วฉันล่ะ ฉัน จะกลับออกไปยังไง

ฉันจะยืนรออยู่จนฝนหยุด

แล้วมันเมื่อไหร่

สามลมที่กรีดร้องอยู่ ก็หนาวเหน็บเสียเหลือเกิน

ฉันอยากกลับบ้าน

ฉันตัดสินใจวิ่ง

วิ่งโดยไม่สนใจร่มสีแดง ที่เคยปรากฏตัว

ฝนตกหนัก เม็ดฝนที่สัมผัสร่างกาย ให้ความรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน

โชคดีที่หมายของฉันอยู่ไม่ไกล

ฉันกลับถึงบ้านด้วยสภาพที่เปียกปอน

อาจเรียกได้ว่าเปียกไปถึงอวัยวะภายใน

ขอโทษด้วย ที่มาช้า

ฉันหันหน้าไปตามที่มาของเสียง

ร่มสีแดง เธอนั่นเอง

ฉันจนคำพูด จริงๆ ก็ฉันไม่รู้จะพูดอะไร

ฉันควรจะหัวเราะ รึร้องไห้ดี 

 

ฉันพยักหน้า แล้วพูดตอบไปว่า

มันไม่ใช่ความผิดของเธอ

 

ที่จริงแล้ว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเธอ

ฉันชะล่าใจไปเองว่า เธอ อาจจะเป็นของฉัน

เพราะจู่ๆ เธอก็ปรากฏตัวอยู่ในกระเป๋าของฉัน

เธอไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก

 

.

.

.

 

เสียงแมวร้องอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของประตูทำลายความเงียบ

และตอนนี้ ฝนก็หยุดตกพอดีเหมือนฟ้าแกล้ง

ขณะที่ฉันกำลังงมหากุญแจบ้าน

ร่มสีแดงเริ่มก็ ฮัมเพลงของ เจสัน มราส

 

เธอรู้จุดอ่อนของฉันอีกแล้ว

ร่มสีแดง ที่คอยสังเกตุและช่างเอาอกเอาใจ

ฉันจะทำยังไงกับเธอดี

วันนี้ ฉันอาจไม่ต้องการเธอ เพราะฉันอยู่ใต้หลังคาบ้าน

พรุ่งนี้ฉันอาจไม่ต้องการเธอ เพราะพยากรณ์อากาศบอกว่าแดดจะออก

แต่วันมะรืนล่ะ

ใครจะรู้ว่าฝนจะตกอีกเมื่อไหร่

 

แต่ คิดอีกที ก็ช่างมันเหอะ ฝนตกก็แค่เปียก

ฉันยังมีเสื้อกันฝนสีขาวที่แน่ใจได้ว่าเป็นของฉันซุกอยู่ที่ไหนซักแห่งของบ้าน 

ฉันลังเลใจอยู่นาน ไขประตูเข้าบ้าน

และปล่อยให้ร่มสีแดง ยืนฮัมเพลงอยู่นอกประตูอยู่อย่างนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พรุ่งนี้เช้า ฉันอาจจะเปิดประตู เชิญเธอเข้ามาจิบชา ผสมน้ำผึ้งก็ได้

ถ้าคืนนี้เธอจะยังไม่ใจดีไปกับหญิงสาวคนไหนเสียก่อน

ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่รู้ มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันว่า ชีวิตฉันมันจะดีเกินไปแล้ว

พระเจ้าจะลงโทษเมื่อไหร่ก็ไม่รุ

เกิดระแวงขึ้นมา

เฮ้อ ชีวิตมันจะไม่ปกติก็เพราะดิชั้นเองค่ะ

 

นอกจากฝนตกแล้วทุกอย่างดีหมด

โอยโลกนี้น่าอยู่

แต่ฝนตกยังงามเลยคิดดูดิ

ได้ใส่เสื้อกันฝนมีความสุข ฮา

 

เมื่อวานไปซื้อมุ้งมา

ในที่สุดก็ได้อุดหนุนร้านนั้นซักที

แล้วก็ตัดสินใจเลือกมุ้งสี่เหลี่ยม

เพราะมุ้งเจ้าหญิงอันกลมมันมีแต่โครงเหล็กกว้างตั้งเมตรนึง ไม่เก๋เลย

ไปดูโคมไฟต่อ เออ เจ้าของร้านโปกฮาดี

บอกว่าชั้นเป็นคนเกาหลี ญี่ปุ่งซะให้ได้ ๕๕

ชั้นเลยบอกว่า คุนพี่คะ คนเกาหลีเค้าไม่ซื้อมุ้งกันนะคะ

ถือมุ้งกันจะๆ ถุงเถิงไม่ใส่ เกาหลีมั้กๆ

 

 

แล้วก็ความบ้าของคนนั้น

บอกว่า วันหยุด สามวันจะมา

โตเกียว เกาะลันตา 

เออ คุณคะได้ข่าวว่าอยู่ โตเกียว มิใช่คลองท่อม

( คลองท่อม คือ อำเภอหนึ่งที่อยู่ถัดจากเกาะลันตา ฮา)

แต่ชั้นบอกไม่ต้องมานะ เปลืองตัง

บ้าจริง อาจจะมาหรือไม่มาก็มิรุ ( ทำไมพิมพ์ คำว่ารู แล้วใส่ไม้โทไม่ได้)

คนบ้าคนนี้ ชอบทำอะไรแปลกๆ

ชั้นก็ดีใจ แต่ชั้นก็ไม่พร้อมด้วย

โอ อะไรกันนี่ ๆๆๆๆๆๆ

ผช น่ารักขนาดนี้ ชั้นต้องฝันไปแน่ๆ

นี่ชั้นรักเธอ หรือชั้นรักตัวเองในยามมีรักกันแน่

 

 

โอย โลกสดใส แต่ยังท่องไว้

Easy comes Easy goes

เฮ้อ ก็เค้าว่ากันมา

 

ปล ฉันกับเค้า เรารักกัน แต่ไม่ได้เป็นอะไรกันนะ

๕๕๕ แก แรดมาก นางขวัน

 

เมื่อกี้ ออนเอ็มเนอะ เน็ตมันป่วงๆ ชอบหลุดเอง

แล้วsign in เข้ามาอีกที ไม่พบมนุษย์ หน้าไหนออนไลน์เลย

รู้สึกเหงาแบบแปลกๆ

 

 

ฮือ ฮือ จริงๆแล้ว ฉันกลัว ว่ะ

จบ

ฉันไม่เคยกังวลว่า ฉันจะถูกทิ้งมาก่อนจนวันนี้

รึชั้นจะชิงชิ่งก่อน แบบทุกทีดี

ฮือ ฮือ ฮือ 

 

 

 

 

 

 

 

 

The Show lyrics

I'm just a little bit caught in the middle
Life is a maze and love is a riddle
i don't know where to go, can't do it alone
I've tried, and I don't know why...

Slow it down, make it stop
Or else my heart is going to pop
'Cause it's too much, yeah it's a lot
To be something I'm not
I'm a fool out of love
'Cause I just can't get enough...

I'm just a little bit caught in the middle
Life is a maze and love is a riddle
I don't know where to go, can't do it alone
I've tried, and I don't know why
I'm just a little girl lost in the moment
I'm so scared but i don't show it
I can't figure it out, it's bringing me down
I know I've got to let it go...
And just enjoy the show

The sun is hot in the sky
Just like a giant spotlight
The people follow the signs
And synchronise in time
It's a joke, nobody knows
They've got a ticket to the show....

(I want my money back, just enjoy the show)

 

 

 

 

ก้อดูกันไป

รู้สึกเหมือนไม่มีกาละเทศะ มาอินเลิฟอะไรกันตอนนี้

จริงๆชั้นน่าจะสุขกว่านี้มิใช่รือ

 

อยากมีเวทย์มนต์

อยากตัดจบเรื่องราวบางเรื่อง อาทิเช่น PM & PPP VS PAD เป็นต้น

 

 

เฮ้อ ขนาดบนเกาะ ยังร้อนขนาดนี้ แล้ว ที่อื่นล่ะ ไม่อยากจะคิด...